วิธีเปลี่ยนเสียงเป็นข้อความด้วย Notability
- ขั้นตอนที่ 1: เปิดแอป Notability
- ขั้นตอนที่ 2: นำเข้าไฟล์เสียง
- ขั้นตอนที่ 3: เริ่มการถอดเสียง
- ขั้นตอนที่ 4: แก้ไขและตรวจสอบ
- ขั้นตอนที่ 5: บันทึกหรือแบ่งปัน
- Notability คืออะไร?
- ฟีเจอร์การถอดเสียงของ Notability มีข้อจำกัดอะไรบ้างหรือไม่?
- วิธีการปรับปรุงคุณภาพเสียงเพื่อการแปลงเป็นข้อความใน Notability ให้ดียิ่งขึ้น
- เพิ่มความแม่นยำในการแปลงเป็นข้อความให้สูงสุด: Transkriptor
Transcribe, Translate & Summarize in Seconds
- ขั้นตอนที่ 1: เปิดแอป Notability
- ขั้นตอนที่ 2: นำเข้าไฟล์เสียง
- ขั้นตอนที่ 3: เริ่มการถอดเสียง
- ขั้นตอนที่ 4: แก้ไขและตรวจสอบ
- ขั้นตอนที่ 5: บันทึกหรือแบ่งปัน
- Notability คืออะไร?
- ฟีเจอร์การถอดเสียงของ Notability มีข้อจำกัดอะไรบ้างหรือไม่?
- วิธีการปรับปรุงคุณภาพเสียงเพื่อการแปลงเป็นข้อความใน Notability ให้ดียิ่งขึ้น
- เพิ่มความแม่นยำในการแปลงเป็นข้อความให้สูงสุด: Transkriptor
Notability คือแอปจดบันทึกที่รวมทั้งการพิมพ์ การเขียนด้วยลายมือ และการถอดเสียงเข้าด้วยกัน Notability ได้รับความนิยมจากทั้งนักเรียนและคนทำงานด้วยฟีเจอร์ถอดเสียง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้นำไฟล์บันทึกเสียงการบรรยายหรือการประชุมมาใส่ในโน้ตได้อย่างไร้รอยต่อ ผู้ใช้ Notability สามารถคัดลอกข้อความจากคำถอดเสียงที่ทำจากเสียงแบบสดหรือเสียงที่บันทึกไว้ก่อนหน้า แล้วนำไปวางในโปรเจกต์ที่กำลังทำอยู่ได้โดยตรง
Notability มีให้บริการเฉพาะบนอุปกรณ์ของ Apple เช่น iPhone, iPad และ Mac ซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการ iOS หรือ macOS เท่านั้น เวอร์ชันฟรีของ Notability นั้นเพียงพอสำหรับการจดบันทึกทั่วไป แต่สำหรับผู้ใช้ที่วางแผนจะใช้ฟีเจอร์ถอดเสียงเป็นประจำ ขอแนะนำให้สมัครสมาชิกแผน Plus ซึ่งจะได้รับสิทธิ์ในการแก้ไขและถอดเสียงได้ไม่จำกัด
การแปลงเสียงเป็นข้อความด้วย Notability เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ความแม่นยำอาจไม่สูงนักเนื่องจาก Notability เป็นแอปสำหรับจดบันทึก ผู้ใช้ที่ต้องการความแม่นยำในการถอดความที่มากขึ้นสามารถใช้ Transkriptor เพื่อแปลงเสียงเป็นข้อความ โดย Transkriptor ให้บริการถอดความที่รวดเร็วและแม่นยำ พร้อมทั้งมีช่วงทดลองใช้งานฟรีสำหรับผู้ใช้อีกด้วย
5 ขั้นตอนในการแปลงเสียงเป็นข้อความด้วย Notability มีดังนี้
เปิดแอป Notability: ดาวน์โหลดแอป Notability จาก AppStore ลงในอุปกรณ์ของคุณ จากนั้นเปิดแอปขึ้นมา
นำเข้าไฟล์เสียง: เปิดไฟล์เสียงในเครื่องแล้วเลือกรายการที่ต้องการ จากนั้นแตะไอคอน "แชร์" และเลือก Notability
เริ่มการถอดความ: คลิกที่ไฟล์เสียงเพื่อเริ่มกระบวนการถอดความโดยอัตโนมัติ
แก้ไขและตรวจสอบ: อ่านข้อความที่ถอดออกมาเพื่อแก้ไขจุดที่ผิด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อความนั้นตรงกับเสียงที่บันทึกไว้
บันทึกหรือแชร์: คัดลอกและวางข้อความถอดเสียงลงในแอปโน้ต (Notes) ของ Apple แล้วส่งออกเป็นไฟล์ PDF ได้ทันที
ขั้นตอนที่ 1: เปิดแอป Notability
ดาวน์โหลด Notability บน iPad, Mac หรือ iPhone จาก Apple App Store ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ติดตั้งเวอร์ชันล่าสุดแล้ว เพื่อเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ และประสิทธิภาพที่ดีที่สุดก่อนเริ่มต้นใช้งาน จากนั้นเปิดแอป Notability บนอุปกรณ์ของคุณและเลือกโน้ตที่ต้องการใช้งานจากหน้าหลัก
ขั้นตอนที่ 2: นำเข้าไฟล์เสียง
หากต้องการนำเข้าไฟล์เสียงไปยัง Notability ให้เปิดแอปที่บันทึกเสียงไว้แล้วเลือกไฟล์ที่ต้องการ จากนั้นแตะไอคอน "แชร์" (รูปสี่เหลี่ยมที่มีลูกศรชี้ขึ้น) แล้วเลือก Notability จากรายการแอป เมื่อเลือกแล้ว หน้าต่าง 'ส่งไปยัง Notability' จะปรากฏขึ้นเพื่อให้คุณเลือกโน้ตที่ต้องการจัดเก็บไฟล์เสียง กด "นำเข้า" แล้วเลือก "เปิดโน้ต" เพื่อตรวจสอบว่าไฟล์เสียงถูกนำเข้าไปยังแอป Notability เรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนที่ 3: เริ่มการถอดเสียง
Notability สามารถแปลงไฟล์เสียงที่อัปโหลดให้เป็นข้อความได้โดยอัตโนมัติ และยังรองรับการบันทึกเสียงแบบเรียลไทม์เพื่อทำเป็นคำบรรยายได้อีกด้วย วิธีดูคำบรรยายให้เปิดโน้ตที่มีไฟล์เสียงอยู่ แตะไอคอนจุดสามจุดเพื่อเปิด "ตัวเลือกโน้ต" แล้วเลือก "ตัวจัดการเนื้อหา" ในหน้าตัวจัดการเนื้อหา คุณสามารถสลับไปมาระหว่างเมนู "หน้า" และ "คำบรรยาย" ให้เลือกเมนูที่สองเพื่อดูข้อความถอดเสียงที่แบ่งเป็นส่วนๆ
เปิดโน้ตใหม่หรือจดบันทึกเดิมใน Notability เพื่อเริ่มถอดเสียงแบบเรียลไทม์ โดยแตะที่ไอคอนไมโครโฟนเพื่อเริ่มบันทึก และแตะอีกครั้งเพื่อหยุด ก่อนเริ่มใช้งาน โปรดตรวจสอบว่าแอป Notability ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงไมโครโฟนของอุปกรณ์แล้ว หากยังไม่ได้อนุญาต ให้ไปที่การตั้งค่าของตัวเครื่องเพื่อเปิดใช้งาน
ขั้นตอนที่ 4: แก้ไขและตรวจสอบ
เมื่อการถอดเสียงเสร็จสิ้น สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบความถูกต้องเพื่อให้เนื้อหาในข้อความตรงกับไฟล์เสียงต้นฉบับ เนื่องจากใน Notability ไม่สามารถแก้ไขข้อความที่ถอดออกมาได้โดยตรง หากต้องการแก้ไข คุณต้องคัดลอกข้อความนั้นไปวางในโน้ตแล้วใช้เครื่องมือแก้ไขข้อความแทน การเพิ่มเนื้อหาลงในโน้ตขณะเล่นไฟล์เสียงหรือขณะถอดเสียงแบบเรียลไทม์ จะทำให้เนื้อหาใหม่ซิงค์กับช่วงเวลาในไฟล์เสียงโดยอัตโนมัติ
ขั้นตอนที่ 5: บันทึกหรือแบ่งปัน
ในแอป Notability ไม่มีคำสั่งส่งออกทรานสคริปต์ (transcripts) โดยตรง วิธีที่ดีที่สุดในการแบ่งปันข้อความคือการคัดลอกข้อความแต่ละส่วนไปวางในโน้ต จากนั้นบันทึกเอกสารและส่งออกเป็นไฟล์ PDF โดยใช้หลักการตรวจสอบและแก้ไขทรานสคริปต์แบบเดียวกัน คือควรตรวจทานข้อความแต่ละส่วนที่คัดลอกมาวางทันที การส่งออกเอกสาร Notability ที่มีทรานสคริปต์เป็นไฟล์ PDF จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถแชร์ไปยังแอปอื่นหรือบันทึกเก็บไว้ได้
Notability คืออะไร?
Notability คือแอปจดบันทึกที่ออกแบบมาเพื่อนักเรียนและวัยทำงานโดยเฉพาะ โดยรองรับทั้งการเขียนด้วยลายมือ การพิมพ์ และการถอดเสียง ซึ่งในเดือนตุลาคม 2023 Notability ได้เพิ่มฟีเจอร์ถอดเสียงที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำไฟล์เสียงเข้ามาถอดเป็นข้อความ หรือจะบันทึกเสียงและถอดความแบบเรียลไทม์ผ่านแอปได้ทันที การผสานเทคโนโลยีเปลี่ยนเสียงเป็นข้อความนี้ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการจดบันทึกไปอีกขั้น เพราะผู้ใช้สามารถคัดลอกส่วนสำคัญจากบทสรุปการถอดเสียงแล้ววางลงในโน้ตที่กำลังจดอยู่ได้ทันที

Notability ใช้ทำอะไรได้บ้าง?
Notability เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับการจดบันทึกและเขียนคำบรรยายลงในเอกสาร ทำให้เป็นแอปสมุดโน้ตดิจิทัลที่ใช้งานได้หลากหลายมาก สำหรับคนทำงาน Notability ช่วยให้การสรุปรายการสิ่งที่ต้องทำจากการประชุมเป็นเรื่องง่าย ส่วนนักเรียนนักศึกษาจะได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมการจดบันทึก การทบทวน และการย้อนดูบทเรียนที่ทันสมัย
นอกจากนี้ Notability ยังเป็นเครื่องมือช่วยจดบันทึกที่เข้าถึงง่ายสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดทางกายภาพหรือทางระบบประสาทที่ไม่สะดวกต่อการเขียนด้วยมือ เพราะพวกเขาสามารถบันทึกความคิดสร้างสรรค์ผ่านการถอดเสียงได้
ระบบถอดเสียงของ Notability ทำงานอย่างไร?
ฟีเจอร์การถอดเสียงของ Notability ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแปลงเสียงบันทึกในบันทึกย่อให้เป็นข้อความได้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งพาโปรแกรมอื่นเพิ่มเติม ก่อนจะมีการอัปเดตระบบถอดเสียง Notability ก็ให้ผู้ใช้เพิ่มการบันทึกเสียงลงในบันทึกย่อได้อยู่แล้ว ซึ่งการคลิกที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของบันทึกย่อจะทำให้แอปเล่นเสียงในช่วงที่คำเหล่านั้นถูกพูดออกมา แต่ฟีเจอร์ถอดเสียงของ Notability ก้าวไปอีกขั้นด้วยการแปลงเสียงเป็นข้อความโดยอัตโนมัติ ซึ่งฟีเจอร์นี้จะจัดระเบียบเสียงบรรยายพร้อมกับ การระบุเวลา (timestamps) และช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อความเฉพาะส่วนที่ต้องการภายในบทถอดเสียงแยกส่วนกันได้

ฟีเจอร์การถอดเสียงของ Notability มีข้อจำกัดอะไรบ้างหรือไม่?
Notability เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้ถอดเสียงได้ภายในแอปโดยตรง ซึ่งช่วยประหยัดเวลาไม่ต้องใช้บริการเสริมอื่นๆ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการ ผู้ที่สมัครแผน Notability Plus จะได้รับสิทธิ์ในการถอดเสียงทั้งแบบบันทึกสดและเสียงที่บันทึกไว้ล่วงหน้าได้ไม่จำกัด อย่างไรก็ตาม การบันทึกแต่ละครั้งจะจำกัดเวลาไว้ที่ 20 นาทีเท่านั้น ดังนั้นในหนึ่งหน้าของ Notability จะสามารถบรรจุการบันทึกเสียงได้สูงสุด 40 คลิป โดยแต่ละคลิปยาวได้ไม่เกิน 20 นาที
ในทางกลับกัน Transkriptor ไม่มีข้อจำกัดเรื่องความยาวของการบันทึกหรือการรองรับภาษา ทำให้เป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้หลากหลายกว่าสำหรับผู้ที่ต้องการโซลูชัน การแปลเสียง ที่ครอบคลุมและไร้ขีดจำกัด
วิธีการปรับปรุงคุณภาพเสียงเพื่อการแปลงเป็นข้อความใน Notability ให้ดียิ่งขึ้น
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสภาพแวดล้อมในการบันทึกมีความเงียบ วางไมโครโฟนในระยะที่เหมาะสมจากผู้พูด และจำกัดเสียงรบกวนเพื่อเพิ่มคุณภาพเสียงสำหรับการแปลงเป็นข้อความใน Notability ระยะที่เหมาะสมที่สุดระหว่างไมโครโฟนและผู้พูดจะช่วยให้บันทึกแต่ละคำได้อย่างชัดเจนโดยไม่มีเสียงลมหายใจรบกวน
การซื้อไมโครโฟนภายนอกเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่วางแผนจะแปลงเสียงเป็นข้อความเป็นประจำ ไมโครโฟนภายนอกมีข้อได้เปรียบในเรื่องเสียงที่ชัดเจนและไม่ผิดเพี้ยน แม้ว่าคุณภาพของไมโครโฟนในตัวของโทรศัพท์และแล็ปท็อปส่วนใหญ่จะสูงพอที่จะส่งผลให้ Notability สร้างการแปลงที่แม่นยำได้ก็ตาม ไมโครโฟนไร้สาย ไมโครโฟนแบบหนีบเสื้อ และไมโครโฟน USB คือตัวอย่างของไมโครโฟนภายนอกที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงเพื่อการจดจำเสียงที่ดียิ่งขึ้น
นอกจากการบันทึกในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ การวางตำแหน่งไมโครโฟนอย่างเหมาะสมและการใช้ไมโครโฟนภายนอกแล้ว วิธีการพูดของผู้พูดก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพเสียง ควรพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ และใช้จังหวะที่ผ่อนคลายเพื่อให้ Notability บันทึกได้ครบทุกคำ

เพิ่มความแม่นยำในการแปลงเป็นข้อความให้สูงสุด: Transkriptor
Notability เป็นแอปพลิเคชันสำหรับจดบันทึกและรวมการบันทึกเสียงเข้ากับโน้ตโดยตรง โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ Apple อย่างไรก็ตาม ในแง่ของความแม่นยำและฟีเจอร์ในการแปลงเป็นข้อความ Transkriptor โดดเด่นกว่าในฐานะตัวเลือกที่เหนือชั้นกว่า โดยให้บริการการแปลงด้วย AI ขั้นสูงที่รองรับมากกว่า 100 ภาษา เพื่อให้มั่นใจในความแม่นยำระดับสูง
แพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายของ Transkriptor ช่วยให้คุณอัปโหลดหรือบันทึกเสียงได้อย่างง่ายดาย พร้อมฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การประทับเวลาและการระบุตัวตนผู้พูด ซึ่งเหมาะสำหรับความต้องการด้านการแปลงเป็นข้อความที่ละเอียดและแม่นยำ สำหรับผู้ที่ต้องการการเปลี่ยนเสียงหรือวิดีโอเป็นข้อความที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพ Transkriptor มอบโซลูชันที่ครอบคลุมและเหนือกว่าความสามารถของ Notability โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีผู้พูดหลายคนหรือเสียงที่มีความซับซ้อน ทดลองใช้ฟรีได้เลย!
