โลโก้ Evernote คู่กับไอคอนถอดความเสียง สื่อถึงการจดบันทึกด้วยคำสั่งเสียง
Evernote ช่วยให้การถอดความเสียงเป็นเรื่องง่าย เพื่อยกระดับการจดบันทึกและการจัดระเบียบข้อมูล

สอนวิธีถอดความเสียงด้วย Evernote: คู่มือแบบเจาะลึก


ผู้เขียนRodoshi Das
วันที่16 เม.ย. 2569
เวลาอ่าน12 นาที

Evernote เป็นเครื่องมือจัดระเบียบงานยอดนิยมที่มีอินเทอร์เฟซคล้ายกับการแปะโพสต์อิทบนกระดาน ช่วยให้ผู้ใช้ปรับแต่งแดชบอร์ดได้ตามใจชอบ พร้อมรองรับการอัปโหลดรูปภาพ ไฟล์เสียง และเอกสารจากอุปกรณ์ของผู้ใช้ ทั้งระบบ Mac, Windows, iOS และ Android อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงฟีเจอร์ต่างๆ จะขึ้นอยู่กับประเภทการสมัครสมาชิก โดย Evernote มี 3 แพ็กเกจหลัก ได้แก่ แพ็กเกจ Personal ราคา $10.83 ต่อเดือน, แพ็กเกจ Professional ราคา $14.16 ต่อเดือน และแพ็กเกจ Teams ราคา $20.83 ต่อผู้ใช้งาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย เช่น การนำไปใช้ปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์และคนไข้

ผู้ใช้ Evernote ในแพ็กเกจฟรีจะถูกจำกัดจำนวนอุปกรณ์ที่เข้าใช้ จำนวนบันทึกที่สร้างได้ รวมถึงมีการจำกัดความยาวของไฟล์เสียงที่สามารถบันทึกและอัปโหลดขึ้นระบบ

Evernote ช่วยให้เวิร์กโฟลว์ของคุณลื่นไหลยิ่งขึ้น โดยที่คุณไม่ต้องสลับแอปไปมาเพื่อถอดความเสียงและแก้ไขข้อความ เพราะคุณสามารถทำทุกอย่างได้ครบจบภายในที่เดียว รวมถึงการ เปลี่ยนเสียงเป็นข้อความบน Evernote ไม่ว่าคุณจะชอบถอดความด้วยตัวเองและต้องการใช้แถบเลื่อนเล่นเสียงในตัวแก้ไขโน้ตเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง หรือต้องการสร้างบทถอดความอย่างรวดเร็วในเวลาที่เร่งรีบ Evernote คือเครื่องมือถอดความที่ตอบโจทย์คุณที่สุด

Evernote ช่วยให้ผู้ใช้สามารถอัปโหลดไฟล์เสียงและแปลงคำพูดเป็นข้อความได้แบบเรียลไทม์ เพียงเปิดใช้งานไมโครโฟนระหว่างการโทร การประชุมด่วน หรือการนำเสนอ

คีย์ลัดสำหรับจัดรูปแบบข้อความช่วยให้การจดบันทึกจากการฟังใน Evernote เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว เพราะคุณทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่ต้องละมือไปมาที่แทร็คแพดบ่อยๆ พร้อมแถบเลื่อนขณะเล่นที่ช่วยให้เลื่อนไปยังส่วนต่างๆ ของไฟล์บันทึกเสียงได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ ระบบปรับเสียงพูดเป็นข้อความของ Evernote ยังสร้างบทถอดความเสร็จภายในไม่กี่วินาที พร้อมใส่อุปกรณ์เครื่องหมายวรรคตอนให้อย่างครบถ้วน คุณจึงสามารถสลับระหว่างการพิมพ์ด้วยตัวเองและการถอดความอัตโนมัติได้โดยไม่เสียคุณภาพของงาน บันทึกและถอดความ เสียงด้วย Evernote เพื่อประสิทธิภาพที่เหนือกว่า เพราะเครื่องมือนี้ช่วยให้คุณสร้างบทถอดความที่แม่นยำ ปรับแต่งได้ตามต้องการ และแชร์ต่อได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่วินาที!

ทำความรู้จักฟีเจอร์การถอดความของ Evernote

Evernote แอปจดบันทึกยอดนิยม มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่: การถอดความเสียงและวิดีโอ รวมถึงความสามารถในการ แปลง MP4 เป็นข้อความ เมื่อก่อน Evernote ไม่สามารถแปลงเสียงบันทึกเป็นข้อความให้โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้งานจึงต้องใช้ฟีเจอร์พิมพ์ด้วยเสียงของอุปกรณ์ตนเองในการบอกสิ่งที่ต้องการบันทึก แต่ตอนนี้ผู้ใช้งาน Evernote สามารถบันทึกเสียงภายในแอปเพื่อรับการถอดความโดยอัตโนมัติ รวมถึงอัปโหลดไฟล์เสียงที่มีอยู่ได้ทันที เพียงอัปโหลดไฟล์เสียง (ในรูปแบบ .mp3, .mp4, .flac หรือ .wav) ไปยัง Evernote แล้วระบบจะสร้างบทถอดความให้อัตโนมัติภายในไม่กี่วินาที หรือจะถอดความการโทร การประชุม หรือการนำเสนอแบบเรียลไทม์ก็ได้สะดวกรวดเร็ว เปลี่ยนไฟล์ mp3 เป็นข้อความ .

สำหรับผู้ที่ชอบถอดข้อความเสียงด้วยตัวเอง ฟีเจอร์การถอดความของ Evernote จะมีแถบสไลด์ควบคุมการเล่นเสียงและปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดสำหรับการแก้ไขข้อความเพื่อความรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ Evernote มีหลากหลายวิธีในการถอดความไฟล์เสียงเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการถอดข้อความจากการประชุมออนไลน์แบบเรียลไทม์ หรือการถอดข้อความจากการสัมภาษณ์ที่บันทึกไว้ด้วยตัวเอง

มือที่กำลังถือสมาร์ทโฟนซึ่งแสดงหน้าจอเข้าสู่ระบบแอปจดบันทึก โดยมีฉากหลังเป็นสำนักงานที่เบลอ
จัดการบันทึกและภารกิจของคุณให้เป็นระเบียบได้อย่างง่ายดายด้วยเครื่องมือจัดการดิจิทัลที่ทันสมัย

วิธีการถอดความเสียงด้วย Evernote

Evernote ช่วยให้ผู้ใช้อัปโหลดไฟล์เสียงเพื่อถอดความได้ ซึ่งอำนวยความสะดวกอย่างมากสำหรับการทำสำเนาจากไฟล์ที่มีอยู่เดิม นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกเสียงผ่านแอปเพื่อรับข้อความถอดความแบบเรียลไทม์ได้อีกด้วย เครื่องมือจดจำเสียงของ Evernote สามารถส่งมอบข้อความถอดความได้ภายในไม่กี่วินาที แต่แอปก็ยังรองรับผู้ที่ชอบถอดความด้วยตนเองด้วยฟีเจอร์ควบคุมการเล่นเสียงและคีย์ลัดในการปรับแต่งข้อความ ไม่ว่าจะเลือกวิธีอัตโนมัติหรืออ่านทวนเอง การตรวจสอบความถูกต้องเพื่อให้เนื้อหาสอดคล้องกับเสียงและเป็นธรรมชาติถือเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ Evernote ยังอนุญาตให้ผู้ใช้ปรับแต่งรูปแบบของข้อความถอดความได้ ตั้งแต่ขนาดตัวอักษรไปจนถึงการจัดวาง พร้อมทั้งมีคีย์ลัดมากมายสำหรับการจัดรูปแบบข้อความ

มือที่กำลังพิมพ์บนแล็ปท็อปเพื่อแสดงกระบวนการแปลงไฟล์ โดยมีกาแฟและสมาร์ทโฟนวางอยู่บนโต๊ะ
สำรวจขั้นตอนการเปลี่ยนรูปแบบไฟล์หนึ่งไปยังอีกรูปแบบหนึ่งด้วยโซลูชันดิจิทัลที่เข้าใจง่าย

การอัปโหลดไฟล์เสียงไปยัง Evernote

หากต้องการอัปโหลดไฟล์เสียงไปยัง Evernote ให้ไปที่แถบด้านซ้ายของหน้าจอ คลิกที่ปุ่มจุดสามจุด ('...') เพื่อดูตัวเลือกการอัปโหลดเพิ่มเติม จากนั้นคลิกที่ปุ่ม 'ไฟล์' (สัญลักษณ์รูปคลิปหนีบกระดาษ) เลือกไฟล์เสียงที่ต้องการจากโฟลเดอร์ในเครื่องของคุณ แล้วคลิก 'Open' การอัปโหลดไฟล์เสียงจะสร้างบันทึกใหม่โดยอัตโนมัติ ซึ่งคุณสามารถเพิ่มองค์ประกอบอื่นๆ (เช่น งานที่ต้องทำ) กำหนดวันที่ในปฏิทิน และจัดรูปแบบข้อความได้ตามต้องการ

Evernote รองรับไฟล์เสียงรูปแบบยอดนิยมอย่าง .mp3, .mp4, .flac และ .wav แต่ไม่รองรับรูปแบบอื่นๆ เช่น AIFF หรือ AAC นอกจากนี้ ขนาดไฟล์เสียงสูงสุดที่อัปโหลดได้จะขึ้นอยู่กับประเภทการสมัครสมาชิก โดยผู้ใช้ Evernote Free อัปโหลดได้สูงสุด 25MB ต่อบันทึก ผู้ใช้ระดับเริ่มต้นบางกลุ่มได้ 50MB ในขณะที่ลูกค้าระดับ Premium, Personal และ Teams สามารถอัปโหลดไฟล์เสียงได้สูงสุดถึง 200MB

การใช้เครื่องมือการถอดบทความในตัวของ Evernote

หากต้องการใช้เครื่องมือถอดเสียงในตัวของ Evernote ให้ไปที่แถบเมนูด้านซ้าย แล้วคลิกปุ่ม 'เสียง' (สัญลักษณ์รูปไมโครโฟน) เพื่อเริ่มบันทึกเสียงและพูดได้ทันที โปรดจำไว้ว่าหากคุณย่อหน้าต่างแอปบนคอมพิวเตอร์ Evernote อาจซ่อนไอคอนบางอย่างไว้เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับเครื่องมืออื่น หากไม่เห็นปุ่มเสียง ให้คลิกปุ่มจุดสามจุด ('...') แทน เมื่อเริ่มบันทึกเสียง แถบเสียงสีแดงจะปรากฏขึ้นที่ด้านบนเพื่อให้คุณทราบระดับความดังของเสียง เมื่อพูดจบให้กดปุ่มหยุด (สี่เหลี่ยมสีแดง) และรอให้ไฟล์เสียงปรากฏขึ้นบนหน้าจอ คุณสามารถฟังย้อนหลังได้โดยกดปุ่มเล่นสีฟ้า หรือกดปุ่ม 'ถอดเสียง' (ปุ่มที่มีพื้นหลังไล่เฉดสีเขียวไปสีฟ้า) เพื่อใช้ระบบถอดเสียงอัตโนมัติของ Evernote ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที จากนั้นจะมีแจ้งเตือนเมื่อถอดเสียงเสร็จสิ้นเพื่อให้คุณคัดลอกข้อความไปใช้งานต่อได้ทันที

อินเทอร์เฟซของ Evernote มีความโดดเด่นเพราะออกแบบมาให้เหมือนบอร์ดที่ติดบันทึกโพสต์อิท ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งหน้าตาได้ตามสไตล์ของตัวเอง นอกจากนี้ Evernote ยังให้คุณจัดรูปแบบข้อความที่ได้จากการถอดเสียงอัตโนมัติได้ด้วย ทั้งการเปลี่ยนรูปแบบฟอนต์ การทำรายการสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย และการจัดแนวหน้ากระดาษ

เคล็ดลับและเทคนิคสำหรับการถอดบทความด้วยตนเอง

Evernote อำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการถอดบทความด้วยตนเอง โดยสามารถเปิดฟังไฟล์บันทึกเสียงไปพร้อมๆ กับการพิมพ์เนื้อหา แม้การถอดบทความด้วยตนเองจะเป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดและต้องฟังซ้ำหลายรอบเพื่อให้ถูกต้องแม่นยำ แต่ Evernote ก็ช่วยให้ง่ายขึ้นด้วยแถบเลื่อนที่ให้ผู้ใช้เลือกข้ามไปยังช่วงเวลาที่ต้องการฟังซ้ำได้อย่างสะดวก

นอกจากนี้ Evernote ยังมีปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดเพื่อช่วยประหยัดเวลาในการถอดเสียงโดยไม่ต้องสลับมือไปมาระหว่างคีย์บอร์ดและแทร็กแพด เช่น การใช้ปุ่มสแลช (/) เพื่อแทรกองค์ประกอบต่างๆ (เช่น หัวข้อ รายการ หรือคำพูด) และการใช้เครื่องหมายแอต (@) เพื่อเชื่อมโยงบันทึกที่มีการถอดเสียงไปยังบันทึกอื่นๆ

การถอดเสียงด้วยตัวเองเป็นศิลปะที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ สิ่งสำคัญคือการหาสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบในขณะบันทึกเสียงผ่าน Evernote เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์สามารถรับเสียงพูดของคุณได้ชัดเจนและลดเสียงรบกวนให้น้อยที่สุด นอกจากนี้ ควรจัดตำแหน่งระยะห่างจากไมโครโฟน (ไม่ว่าจะแบบในตัวหรือแบบแยก) ให้เหมาะสม เพื่อให้บันทึกเสียงพูดได้เน้นๆ โดยไม่มีเสียงรอบข้างมารบกวน

ระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างปากกับไมโครโฟนขณะบันทึกเสียงเพื่อถอดเสียงด้วย Evernote ควรอยู่ที่ประมาณ 6 ถึง 12 นิ้ว การรักษาสมดุลระหว่างการออกเสียงให้ชัดเจนกับการพูดให้เป็นธรรมชาติอาจเป็นเรื่องยากในตอนแรก แต่การรักษาจังหวะการพูดให้เป็นธรรมชาติเมื่อต้องถอดเสียงใน Evernote จะช่วยให้คุณกำหนดจุดเว้นวรรคและใส่เครื่องหมายวรรคตอนในประโยคได้แม่นยำยิ่งขึ้น

การถอดสคริปต์แบบอัตโนมัติด้วยการเชื่อมต่อแอปภายนอก

คุณสามารถผสานรวมแอปถอดเสียงอัตโนมัติเข้ากับ Evernote ได้ง่ายๆ เพียงอัปโหลดไฟล์เสียงไปยังแอป (หรือบันทึกเสียงในนั้น) เมื่อได้ผลลัพธ์การถอดเสียงแล้ว ก็นำข้อความไปวางในบันทึกใหม่ได้ทันที อีกหนึ่งวิธีที่เป็นอัตโนมัติมากขึ้นคือการใช้บริการถอดเสียงจากภายนอกเพื่อสร้างข้อความ (จากไฟล์เสียงหรือคำพูดสด) แล้วบันทึกเป็นไฟล์เพื่ออัปโหลดไปยัง Evernote โดยตรง ซึ่งไฟล์จะปรากฏเป็นบันทึกใหม่ทันที แม้ว่าผู้ใช้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคจะสามารถเขียนโค้ดเพื่อเชื่อมต่อซอฟต์แวร์ถอดเสียงเข้ากับบัญชีของตนได้ แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไปวิธีนี้อาจจะดูยากเกินไปเพราะต้องใช้ทักษะด้านการเขียนโปรแกรมโดยเฉพาะ

การตรวจสอบและแก้ไขสคริปต์จากไฟล์เสียง

ไม่มีซอฟต์แวร์ถอดเสียงอัตโนมัติใดที่สามารถรับประกันความแม่นยำได้ 100% แม้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเกือบสมบูรณ์แบบก็ตาม ดังนั้นการตรวจสอบข้อความที่ AI สร้างขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนใดที่ขัดแย้งกับเสียงต้นฉบับ รวมถึงไม่มีคำสะกดผิดหรือข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบการเรียบเรียงภาษาเพื่อให้ข้อความที่ได้ดูเป็นธรรมชาติที่สุดและไม่รู้สึกเหมือนเป็นภาษาจากหุ่นยนต์

วิธีตรวจสอบสคริปต์ที่ดีที่สุดคือการฟังไฟล์เสียงไปพร้อมกับการอ่านข้อความ เพื่อเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีเนื้อหาตกหล่นและมีการสะกดคำรวมถึงรูปแบบที่สม่ำเสมอ เคล็ดลับเพิ่มเติมคือการหาบุคคลที่สองมาช่วยตรวจทาน ลองขอความเห็นจากเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานหลังจากที่คุณพิสูจน์อักษรด้วยตัวเองเรียบร้อยแล้ว เพื่อความแม่นยำสูงสุด

Evernote ช่วยให้คุณฟังเสียงย้อนกลับเพื่อเช็กความถูกต้องของสคริปต์ได้ง่ายๆ โดยมีแถบเลื่อนในหน้าแก้ไขโน้ตเพื่อไปยังช่วงเวลาที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือแก้ไขและบันทึกข้อความที่หลากหลาย หากต้องการปรับหน้าตาของสคริปต์ เพียงไฮไลต์ข้อความแล้วไปที่เมนู 'เพิ่มเติม' (More) ในแถบด้านบนเพื่อปรับขนาดตัวอักษร สี และการจัดวาง นอกจากนี้ยังมีปุ่มลัดที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น เช่น ตัวหนา (Ctrl + B), ตัวเอียง (Ctrl + I), ขีดเส้นใต้ (Ctrl + U) และไฮไลต์ (Ctrl + Shift + H) เพื่อเน้นย้ำประเด็นสำคัญ

สำรวจเครื่องมือจดจำเสียงพูดของ Evernote

เครื่องมือจดจำเสียงพูดใน Evernote ช่วยให้ผู้ใช้สามารถอัปโหลดไฟล์เสียงเพื่อถอดสคริปต์อัตโนมัติ ถอดสคริปต์ด้วยตนเองผ่านการฟังย้อนหลังในแอป หรือแม้แต่สร้างสคริปต์จากเสียงพูดสดๆ แบบเรียลไทม์ Evernote คือเครื่องมือที่อเนกประสงค์อย่างยิ่ง ช่วยให้คุณรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย เสียงบันทึก หรือเอกสารในเครื่อง พร้อมนำเสนอทางเลือกในการแปลงเสียงเป็นข้อความที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

Evernote เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการแปลงเสียงเป็นข้อความ เพราะให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำในเวลาเพียงไม่กี่วินาที พร้อมฟีเจอร์การปรับแต่งข้อความที่ครบครัน

การพิมพ์ด้วยเสียงนั้นเร็วกว่าการพิมพ์ด้วยมืออย่างเห็นได้ชัด เครื่องมือจดจำเสียงของ Evernote จึงช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานให้คุณเขียนได้มากขึ้นโดยใช้เวลาน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นการจดบันทึก วางแผนโปรเจกต์ ลดเวลาประชุม หรือเขียนบันทึกส่วนตัว อย่างไรก็ตาม Evernote มีข้อจำกัดเรื่องขนาดไฟล์เสียงตามแพ็กเกจการใช้งาน (สำหรับผู้ใช้ฟรีจะจำกัดอยู่ที่ 25MB และ 50MB ต่อโน้ต) ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดสำหรับโปรเจกต์ขนาดใหญ่

ภาพนักธุรกิจหญิงระดับมืออาชีพกำลังพูดคุยกับผู้ช่วยเสียงขณะทำงานที่โต๊ะของเธอ
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยเทคโนโลยีผู้ช่วยเสียงในสภาพแวดล้อมสำนักงานสมัยใหม่

ปัญหาที่พบบ่อยในการทำ transkripsiyon บน Evernote

อุปสรรคที่พบได้บ่อยที่สุดเมื่อผู้คนทำการ transkripsiyon เสียง คือการออกเสียงคำไม่ชัดเจน การพูดแทรกกัน และเสียงรบกวนจากพื้นหลัง ดังนั้นเมื่อคุณบันทึกเสียงเพื่อนำไปทำ transkripsiyon สิ่งสำคัญคือต้องทำในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบโดยมีการรบกวนจากผู้อื่นให้น้อยที่สุด และควรวางตำแหน่งตัวเองให้ห่างจากไมโครโฟนประมาณ 6 ถึง 12 นิ้ว เพื่อให้ไมโครโฟนจับเสียงของคุณได้ชัดเจนโดยไม่ติดเสียงรบกวนรอบข้าง

จากข้อมูลใน Evernote User Forum พบปัญหาเล็กน้อย 2 ประการเกี่ยวกับเครื่องมือรู้จำเสียงพูด คือ ในบางครั้งภาษาของข้อความที่ AI ถอดความออกมาไม่ตรงกับภาษาที่พูดจริง และไฟล์บันทึกเสียงจะสามารถเปิดฟังได้เฉพาะบนอุปกรณ์ที่ใช้บันทึกเท่านั้น (เช่น บันทึกเสียงที่ทำผ่านมือถือจะไม่สามารถเปิดฟังบนคอมพิวเตอร์ได้ และในทางกลับกันก็เช่นเดียวกัน)

ความจริงแล้วเครื่องมือรู้จำเสียงจะระบุภาษาที่พูดในบันทึกโดยอัตโนมัติและทำ transkripsiyon ตามนั้น แต่บางครั้งซอฟต์แวร์ก็ทำงานผิดพลาด ซึ่งหากคุณต้องการเลือกภาษาสำหรับ transkripsiyon คุณจำเป็นต้องไปปรับการตั้งค่าภาษาของอุปกรณ์ทั้งหมด ทั้งนี้ทีมนักพัฒนาของ Evernote กำลังเร่งแก้ไขปัญหาประการที่สอง เพื่อให้ไฟล์เสียงที่บันทึกบนคอมพิวเตอร์สามารถเล่นบนมือถือได้ (และในทางกลับกัน)

คนนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานหันหน้าเข้าหาหน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมแสงแดดที่ทอดเงา
เจาะลึกความท้าทายทั่วไปที่ต้องเผชิญเมื่อทำ transkripsiyon ไฟล์เสียงด้วย Evernote

ทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับการทำ transkripsiyon เสียง: Transkriptor

การรวมเครื่องมือ transkripsiyon เข้ากับแพลตฟอร์ม Evernote ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างหลายแอปเพื่อทำงานเดียวกันให้เสร็จ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาได้มาก โดย Evernote รองรับทั้งการทำ transkripsiyon ด้วยตนเองผ่านการฟังเสียงในโปรแกรมแก้ไขบันทึก และยังมีตัวเลือกให้ผู้ใช้สร้าง transkripsiyon อัตโนมัติได้ภายในไม่กี่วินาที Transkriptor คือเครื่องมือถอดข้อความเป็นข้อความอัตโนมัติที่มีความสามารถครบถ้วนเหมือน Evernote พร้อมฟีเจอร์เพิ่มเติมที่เหนือกว่า เช่น รองรับมากกว่า 100 ภาษา แชร์ได้ในคลิกเดียว และแก้ไขร่วมกันได้แบบเรียลไทม์!

Transkriptor ใช้เอนจินการจดจำเสียงที่ล้ำสมัย ให้ความแม่นยำในการถอดข้อความถึง 99% ภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการงานด่วนโดยไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้วิธีใช้ซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน

ตัวเลือกที่เหนือกว่าสำหรับการถอดเสียงเป็นข้อความ

Evernote มีฟีเจอร์การถอดความที่ครบถ้วนในระดับหนึ่ง แต่ข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งขนาดไฟล์ที่จำกัด ปัญหาการเล่นไฟล์ในบางอุปกรณ์ และความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้เครื่องมือนี้ไม่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องถอดความงานจำนวนมาก แม้ Evernote จะรองรับทั้งการถอดความแบบทำเองและแบบอัตโนมัติ แต่การใช้งานส่วนใหญ่ถูกจำกัดด้วยแผนการสมัครสมาชิก อีกทั้งระบบจดจำเสียงยังมักจะมีปัญหาเรื่องความแม่นยำทางภาษาในบางช่วงอีกด้วย

ในทางกลับกัน Transkriptor มอบโซลูชันที่ครอบคลุมกว่า ด้วยระบบจดจำเสียงที่ให้ความแม่นยำสูงกว่ามาก ประมวลผลได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น เครื่องมือนี้รองรับมากกว่า 100 ภาษา พร้อมทั้งแก้ไขได้อย่างราบรื่นและแชร์ได้ในคลิกเดียว ฟีเจอร์เหล่านี้ทำให้ Transkriptor เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการการถอดข้อความที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะในงานที่เร่งด่วนหรือต้องใช้หลายภาษา

ด้วยกระบวนการทำงานที่คล่องตัวและเชื่อถือได้มากกว่า Transkriptor จึงเหนือกว่า Evernote ในการให้บริการถอดข้อความที่ตอบโจทย์ความต้องการของมืออาชีพได้ดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

คุณสามารถถอดเสียงใน Evernote ได้โดยการอัปโหลดไฟล์เสียงหรือบันทึกเสียงในแอปโดยตรง ใช้ฟีเจอร์ถอดข้อความที่มีมาให้เพื่อเปลี่ยนเสียงเป็นข้อความแบบเรียลไทม์ หรือจะถอดข้อความด้วยตัวเองโดยใช้แถบควบคุมการเล่นไฟล์และคีย์ลัดสำหรับการแก้ไข

Evernote จำกัดขนาดไฟล์ของการบันทึกเสียงตามแผนการสมัครสมาชิกของคุณ โดยผู้ใช้ในระดับ Free และ Plus จะมีขีดจำกัดไฟล์ที่น้อยกว่า และไฟล์เสียงที่บันทึกบนมือถือไม่สามารถเล่นบนเวอร์ชันเดสก์ท็อปได้ นอกจากนี้ ความแม่นยำของภาษาในการถอดความอาจมีความคลาดเคลื่อนในบางครั้ง

Evernote ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถอดความเสียงเป็นข้อความได้อย่างรวดเร็วและปรับแต่งด้วยเครื่องมือแก้ไข ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยไม่จำเป็นต้องใช้แอปแยกต่างหากสำหรับการถอดความและแก้ไข ทำให้การจดบันทึกและการจัดระเบียบข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่น

Transkriptor มอบโซลูชันที่ครอบคลุมมากกว่า Evernote โดยรองรับมากกว่า 100 ภาษา ถอดความได้รวดเร็วกว่า ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น และมีฟีเจอร์การแก้ไขที่ดีกว่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโปรเจกต์ที่เร่งด่วน พร้อมรองรับการแชร์และทำงานร่วมกันระหว่างผู้ใช้หลายคนได้ในคลิกเดียว