จะถอดข้อความจากไฟล์เสียงบันทึกบน iPhone ได้อย่างไร?
Transcribe, Translate & Summarize in Seconds
คำตอบโดยย่อ: คุณสามารถไปที่แอป ‘เสียงบันทึก’ (Voice Memos) แล้วกดปุ่มบันทึกเพื่อเริ่มงาน แอปจะเริ่มถอดข้อความเป็นคำบรรยายให้โดยอัตโนมัติ จากนั้นเพียงแตะที่ ‘ดูคำบรรยาย’ (View Transcript) เพื่อดูข้อความ นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้ฟีเจอร์ ‘ป้อนตามคำบอก’ (Dictation) ในแอป ‘โน้ต’ (Notes) ได้ เพียงเปิดแอปโน้ต แตะไอคอนรูปไมโครโฟนบนคีย์บอร์ด แล้วเริ่มพูด Siri จะพิมพ์ข้อความลงบนหน้าจอให้คุณแบบเรียลไทม์
คุณอาจจะชอบฟีเจอร์บันทึกเสียงใน iPhone แต่เคยสงสัยไหมว่าจะเปลี่ยนเสียงเหล่านั้นให้เป็นข้อความได้อย่างไร? แม้ว่าฟีเจอร์พื้นฐานของ iPhone จะใช้งานได้ดี แต่คุณต้องพูดให้ชัดเจนและออกเสียงทีละคำอย่างเป๊ะๆ เพื่อให้ได้การถอดความที่แม่นยำ บางครั้งฟีเจอร์นี้อาจมีปัญหากับสำเนียงที่ฟังยาก คำศัพท์ทางเทคนิค หรือภาษาที่มีความซับซ้อน
ในจุดนี้ เครื่องมืออย่าง Transkriptor จะเข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างและทำให้เวิร์กโฟลว์ของคุณไหลลื่นขึ้น เพราะต่างจากวิธีพื้นฐานทั่วไปตรงที่มีความเรียบง่าย แม่นยำ และมีฟีเจอร์ครบครันกว่ามาก
วิธีถอดเสียงบันทึกบน iPhone ด้วยแอป Voice Memos พื้นฐาน
การถอดเสียงด้วยแอป Voice Memos พื้นฐานบน iPhone นั้นเรียบง่ายมาก เพียงแค่เปิดแอป บันทึกเสียง แล้วแตะที่ไอคอนจุดสามจุด ตามด้วยตัวเลือก “View Transcript” (ดูข้อความถอดเสียง) เพื่อเข้าใช้งาน นอกจากนี้คุณยังสามารถปรับแต่งเสียงบันทึกได้ด้วยเครื่องมือแก้ไข เช่น การแทนที่ การตัดส่วนเกิน และการลบ
สรุปขั้นตอนแบบด่วน
เปิดแอป Voice Memos: เปิดแอป Voice Memos ที่อยู่ในโฟลเดอร์ Utilities บน iPhone ของคุณ
เริ่มการบันทึกเสียง: แตะปุ่มบันทึกเพื่อเริ่มงาน และแตะไอคอนหยุดเพื่อบันทึกไฟล์ลงในที่จัดเก็บที่คุณตั้งไว้
แก้ไขงานบันทึก: แตะที่ไอคอนจุดสามจุด จากนั้นเลือก “แก้ไขการอัด” ไปที่ปุ่มตัดต่อ ทำการแก้ไขตามที่ต้องการ แล้วแตะ “ใช้”
ดูคำถอดเสียง: แตะ “ดูคำถอดเสียง” ในเมนูเดียวกับตัวเลือกแก้ไขการอัด เพื่อดูและคัดลอกข้อความที่ถอดเสียงออกมา
ทีนี้ เรามาดูขั้นตอนการถอดเสียงจากบันทึกเสียงบน iPhone แบบละเอียดกัน
1. เปิดแอปเสียงบันทึก (Voice Memos)

ไปที่โฟลเดอร์ “ยูทิลิตี้” บน iPhone แล้วเปิดแอป “เสียงบันทึก” คุณสามารถย้ายแอปนี้ออกจากโฟลเดอร์มาไว้ที่หน้าจอโฮมเพื่อให้เรียกใช้งานได้ง่ายขึ้น
2. บันทึกเสียง

หาปุ่ม "การบันทึก" บนแดชบอร์ดแล้วกดเพื่อเริ่มพูดใส่ไมโครโฟนได้ทันที หรือจะใช้บันทึกเสียงที่เล่นจากอุปกรณ์เครื่องอื่นก็ได้เช่นกัน
เมื่อบันทึกเสร็จแล้ว ให้แตะไอคอน "หยุด" เพื่อบันทึกไฟล์ในชื่อ New Recording หากต้องการเปลี่ยนชื่อ ให้แตะที่ไฟล์บันทึกนั้นแล้วกดที่ชื่อเพื่อพิมพ์ชื่อใหม่ตามต้องการ

3. แก้ไขไฟล์บันทึก

ปรับแต่งไฟล์บันทึกด้วยเครื่องมือแก้ไข โดยเข้าไปที่ไฟล์บันทึกของคุณ แตะไอคอนจุดสามจุด แล้วเลือก "แก้ไขไฟล์บันทึก" จากเมนูที่ปรากฏขึ้น
ลองฟังไฟล์เพื่อหาจุดที่ต้องการตัดออกหรือแก้ไข จากนั้นให้กดค้างที่รูปคลื่นเสียงแล้วลากแถบสีเหลืองเพื่อเลือกช่วงที่ต้องการแก้ไข จากนั้นแตะ "แทนที่" เพื่อบันทึกเสียงทับ หรือแตะ "เสร็จสิ้น" เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด
4. ดูข้อความถอดเสียง

แตะที่ไอคอนจุดสามจุดข้างรายการบันทึก จากนั้นเลือกตัวเลือก “ดูข้อความถอดเสียง” เพื่อแสดงเนื้อหาที่ถอดออกมา คุณสามารถแตะ “คัดลอกข้อความถอดเสียง” เพื่อนำไปวางในตำแหน่งที่ต้องการได้ทันที
โปรดทราบว่า ตามข้อมูลจาก Apple, ฟีเจอร์ถอดเสียงบันทึกจะใช้งานได้บน iPhone 12 หรือรุ่นที่ใหม่กว่าพร้อม iOS 18 ในภาษาอังกฤษ, โปรตุเกส, สเปน, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, เกาหลี และอื่นๆ คุณยังคงสามารถเข้าถึงบันทึกเสียงที่ทำไว้ในเวอร์ชันก่อนหน้า (iOS 17 หรือเก่ากว่า) ได้ และแอปจะทำการถอดเสียงให้โดยอัตโนมัติ
เมื่อทราบวิธีถอดเสียงบันทึกบน iPhone แบบฟรีๆ แล้ว ต่อไปนี้คือข้อดีและข้อจำกัดของการใช้งาน:
ข้อดีของวิธีถอดเสียงผ่านแอปบันทึกเสียงในตัว
ถอดเสียงได้สะดวกรวดเร็ว
การจัดระเบียบข้อความถอดเสียงนั้นทำได้ง่ายมาก
ฟรีและพร้อมใช้งานได้ทันที
ข้อเสียของการถอดเสียงด้วยแอป Voice Memos ในตัว
อาจมีปัญหาเมื่อเจอเสียงที่มีความซับซ้อน
รองรับภาษาจำกัด
ไม่สามารถแยกแยะเสียงผู้พูดได้
วิธีถอดเสียงบันทึกบน iPhone ด้วย Siri Dictation และแอป Notes
นอกเหนือจาก Voice Memos คุณยังสามารถถอดเสียงบน iPhone ได้ด้วย Siri Dictation และแอป Notes เพียงแค่เปิดฟีเจอร์การอ่านตามคำบอก (Dictation) และบันทึกเสียงลงในโน้ตโดยตรง ระบบ Dictation ของ Siri จะช่วยถอดเสียงบันทึกของคุณให้แบบเรียลไทม์
อ้างอิงจาก PwC, ด้วยความสะดวกของระบบสั่งการด้วยเสียง ทำให้อัตราการใช้งานในบ้านสูงถึง 3 ใน 4 ของผู้ใช้งานทั้งหมด ซึ่งรวมถึง Siri และผู้ช่วยอัจฉริยะอื่นๆ ด้วย เหตุนี้เราจึงควรเรียนรวูิธีเปลี่ยนเสียงบันทึกให้เป็นข้อความบน iPhone ผ่านฟีเจอร์การเขียนตามคำบอกของ Siri
คู่มือขั้นตอนด่วน
เปิดใช้งานฟีเจอร์เขียนตามคำบอกของ Siri: ไปที่การตั้งค่า “แป้นพิมพ์” บน iPhone ของคุณ แล้วแตะเปิดใช้งาน “เปิดใช้การเขียนตามคำบอก”
สร้างโน้ตใหม่: เปิดแอปโน้ต (Notes) แตะไอคอนไมโครโฟนบนแป้นพิมพ์ แล้วเริ่มพูดเพื่อบันทึกข้อความได้เลย
ตรวจสอบและแก้ไขข้อความ: ตรวจทานข้อความที่แปลงออกมาและแก้ไขหากจำเป็น จากนั้นคัดลอกและวางข้อความไปใช้งานตามที่ต้องการ
เมื่อทราบขั้นตอนคร่าวๆ แล้ว มาดูรายละเอียดการเปลี่ยนเสียงบันทึกเป็นข้อความบน iPhone ด้วย Siri และแอปโน้ตแบบทีละขั้นตอนกัน
1. เปิดใช้งานฟีเจอร์เขียนตามคำบอกของ Siri

ไปที่ "การตั้งค่า" (Settings) บน iPhone ของคุณ จากนั้นเลือก "ทั่วไป" (General) > "แป้นพิมพ์" (Keyboard) เลื่อนลงไปที่ตัวเลือก "เปิดใช้งานการป้อนตามคำบอก" (Enable Dictation) แล้วกดเปิดเพื่อใช้งานฟีเจอร์การป้อนตามคำบอกของ Siri
2. สร้างบันทึกโน้ต

ไปที่แอปโน้ต (Notes) บน iPhone ของคุณ แล้วแตะที่ไอคอน "ไมโครโฟน" ที่มุมล่างขวาของแป้นพิมพ์ จากนั้นพูดใส่ไมโครโฟนของ iPhone ได้เลย แล้ว Siri จะพิมพ์ข้อความลงบนหน้ากระดาษให้คุณโดยอัตโนมัติ
3. แก้ไขข้อความที่ถอดความได้

ตรวจสอบเนื้อหาที่ถอดความอย่างละเอียดเพื่อหาจุดผิดที่ต้องแก้ไข ปรับแก้ตามความจำเป็น จากนั้นคัดลอกและวางลงในพื้นที่ที่คุณต้องการใช้งานได้เลย
เช่นเดียวกับ Voice Notes การถอดความเสียงบันทึกบน iPhone ด้วย Siri และแอปเครื่องจดบันทึก (Notes) นั้นมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดในตัวเอง
ข้อดีของการใช้ Siri และแอปเครื่องจดบันทึก
ช่วยให้สรุปไอเดียหรือจดบันทึกได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพิมพ์
Siri สามารถเข้าใจและถอดเสียงพูดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ใช้งานได้ฟรีและเข้าถึงได้ง่าย
ข้อเสียของการใช้ Siri และแอปเครื่องจดบันทึก
ไม่สามารถถอดความจากไฟล์เสียงบันทึกที่มีอยู่แล้วได้
ความแม่นยำขึ้นอยู่กับความชัดเจนของคำพูดและเสียงรบกวนรอบข้าง
ไม่สามารถแยกแยะเสียงของผู้พูดแต่ละคนได้
วิธีการแปลงบันทึกเสียง (Voice Memos) เป็นข้อความบน iPhone ด้วย Transkriptor
หน้าแดชบอร์ดที่ใช้งานง่ายของ Transkriptor ช่วยให้การถอดความกลายเป็นเรื่องง่าย เพียงอัปโหลดไฟล์ ปรับแต่งการตั้งค่า และสั่งให้ระบบเริ่มถอดความ จากนั้นคุณสามารถแก้ไขเนื้อหาและบันทึกไฟล์ลงเครื่องเพื่อนำไปใช้งานต่อได้ทันที
ฟีเจอร์การถอดความพื้นฐานบน iPhone อาจจะดูสะดวก แต่อาจมีข้อจำกัดด้านความแม่นยำ รองรับภาษาจำนวนจำกัด และไม่สามารถแยกแยะเสียงผู้พูดในกรณีที่มีหลายคนได้
Transkriptor Transkriptor ช่วยให้คุณแปลงบันทึกเสียงเป็นข้อความได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นด้วยฟีเจอร์ขั้นสูง เครื่องมือแปลงเสียงเป็นข้อความนี้มีความแม่นยำสูงถึง 99% ไม่ว่าจะเป็นไฟล์บันทึกการประชุม บทสัมภาษณ์ หรือการบรรยาย นอกจากนี้ยังรองรับมากกว่า 100 ภาษาและไฟล์หลากหลายรูปแบบ คุณจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการแปลงไฟล์ก่อนใช้งาน

คุณสมบัติเด่น
การจำแนกผู้พูดหลายคน: Transkriptor สามารถระบุตัวตนของผู้พูดแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ พร้อมติดป้ายกำกับชื่อผู้พูดเพื่อให้แยกแยะระหว่างเนื้อหาได้ง่ายขึ้น
ถอดความสดฟรี: Transkriptor มีฟีเจอร์ถอดความสดให้ใช้งานฟรี ช่วยให้คุณแปลงบทสนทนาเป็นข้อความได้ทุกที่ทุกเวลา
ผู้ช่วยแชท AI: Transkriptor มาพร้อมผู้ช่วยแชทในตัวที่คอยตอบคำถามและสรุปเนื้อหาการถอดความให้คุณ โดยสามารถโต้ตอบผ่านเทมเพลตสำเร็จรูปได้ทันที
ข้อมูลเชิงลึกโดย AI: Transkriptor วิเคราะห์การถอดความอย่างละเอียด ทั้งระยะเวลาที่ผู้พูดแต่ละคนใช้ ข้อความสำคัญในบทสนทนา และประเด็นที่น่าสนใจ
แอปพลิเคชันบนมือถือ: แอปมือถือ Transkriptor ช่วยให้คุณบันทึกเสียง ถอดความ และแก้ไขงานได้ทันทีอย่างสะดวก โดยไม่ต้องนั่งติดโต๊ะทำงาน
สรุปขั้นตอนง่ายๆ ในการสร้างคำบรรยายด้วย Transkriptor มีดังนี้
คู่มือขั้นตอนด่วน
สร้างบัญชีผู้ใช้: คุณสามารถสมัครใช้งาน Transkriptor ได้ง่ายๆ ผ่านบัญชี Google หรืออีเมลของคุณ
อัปโหลดไฟล์: เลือกอัปโหลดไฟล์เสียงจากตัวเครื่องหรือคลาวด์ของคุณ
เลือกภาษา: เลือกภาษาที่คุณต้องการจากตัวเลือกที่มีมากกว่า 100 ภาษา
สร้างและแก้ไขคำบรรยาย: คลิกที่ปุ่ม “ถอดความ” (Transcribe) จากนั้นคุณสามารถตรวจสอบและแก้ไขความถูกต้องได้ทันที
ส่งออกไฟล์ถอดความ: ดาวน์โหลดไฟล์ถอดความในรูปแบบที่คุณต้องการ
นี่คือคู่มือฉบับละเอียดสำหรับการถอดความจากบันทึกเสียง (Voice Memos) บน iPhone ด้วย Transkriptor ไม่ว่าไฟล์เสียงจะมีคุณภาพระดับใดก็ตาม
1. สร้างบัญชีผู้ใช้

ดาวน์โหลดแอป Transkriptor จาก App Store แล้วเลือกช่องทาง “เข้าสู่ระบบด้วยอีเมล” “เข้าสู่ระบบด้วย Google” หรือ “เข้าสู่ระบบด้วย Apple ID” เพื่อลงทะเบียนอย่างรวดเร็ว หรือกด “เข้าสู่ระบบ” หากคุณมีบัญชีอยู่แล้ว
2. อัปโหลดไฟล์ / บันทึกเสียงและถอดความ

เลือกเมนู “อัปโหลดไฟล์” บนแดชบอร์ดเพื่ออัปโหลดไฟล์จากเครื่อง หรือแตะ “บันทึกและถอดความ” เพื่อเริ่มบันทึกเสียงผ่านแอปโดยตรง และคุณยังสามารถแตะ “+” ตามด้วย “อัปโหลดจากคลาวด์” เพื่อเลือกไฟล์จากพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ของคุณได้อีกด้วย
3. เลือกภาษา

คลิกที่เมนู “ภาษา” เพื่อเลือกภาษาที่ตรงกับความต้องการของโปรเจกต์คุณ โดยมีให้เลือกมากกว่า 100 ภาษา เช่น ภาษาไทย อังกฤษ สเปน โปรตุเกส เยอรมัน และอื่นๆ อีกมากมาย
4. สร้างและแก้ไขบทถอดความ

คลิก “ถอดความ” เพื่อเริ่มสร้างข้อความ Transkriptor จะนำคุณไปยังหน้าแก้ไข ซึ่งคุณสามารถเปลี่ยนชื่อผู้พูด โต้ตอบกับผู้ช่วยแชท AI และสรุปเนื้อหาสำคัญได้
5. ส่งออกบทถอดความ

คลิกที่ไอคอนจุดสามจุดที่มุมขวาบน จากนั้นเลือกตัวเลือก "ส่งออก" เพื่อบันทึกไฟล์ถอดความลงในเครื่องของคุณ โดยรองรับการดาวน์โหลดทั้งรูปแบบ TXT, PDF, DOC, SRT และ CSV
วิธีถอดความบันทึกเสียงบน iPhone ให้แม่นยำที่สุดมีอะไรบ้าง?
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการถอดความบันทึกเสียงบน iPhone ได้แก่ การใช้อุปกรณ์บันทึกเสียงคุณภาพสูง การพูดให้ชัดเจน และการเลือกซอฟต์แวร์ถอดความที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบความถูกต้องของการถอดความทุกครั้งเพื่อให้มั่นใจในเนื้อหา และนี่คือรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละวิธี
ปรับแต่งสภาพแวดล้อมในการบันทึกเสียงให้เหมาะสม: ไม่ว่าซอฟต์แวร์ถอดความจะมีความสามารถสูงเพียงใด ควรบันทึกเสียงในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบเสมอ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าไมโครโฟนของโทรศัพท์อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อรับเสียงของคุณได้อย่างชัดเจน
ใช้อุปกรณ์บันทึกเสียงคุณภาพสูง: ใช้ไมโครโฟนคุณภาพดีเพื่อให้ได้เสียงที่คมชัด อุปกรณ์คุณภาพต่ำมักประสบปัญหา เช่น เสียงรบกวนรอบข้างมากเกินไป เสียงเพี้ยน หรือเสียงอู้อี้ ดังนั้นการเลือกใช้หูฟังที่มีระบบตัดเสียงรบกวนซึ่งให้เสียงที่ใสและชัดเจนจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
เลือกใช้ซอฟต์แวร์ถอดความเสียงที่ดีที่สุด: จากข้อมูลของ Salesforce, Generative AI สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เกือบ 61% อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้จะเป็นจริงก็ต่อเมื่อเครื่องมือดังกล่าวมีประสิทธิภาพและไม่ทำให้คุณต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงในการแก้ไข ดังนั้น ควรเลือกซอฟต์แวร์ถอดความอย่าง Transkriptor ที่ให้ความแม่นยำสูงพร้อมฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การรองรับหลายภาษา, การระบุตัวตนผู้พูด, ข้อมูลเชิงลึกจาก AI, ผู้ช่วยแชท AI และอื่นๆ อีกมากมาย

บทสรุป
การเข้าใจวิธีถอดความบันทึกเสียงบน iPhone ช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดเวลา ลดความเมื่อยล้าจากการพิมพ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ฟีเจอร์ที่มีมาให้ในเครื่อง iPhone จะช่วยในเรื่องการจดตามคำบอกขั้นพื้นฐานเพื่อสร้างเอกสาร แต่สำหรับมืออาชีพที่มีความต้องการถอดความที่ซับซ้อน โซลูชันอย่าง Transkriptor จะมอบความคุ้มค่ามากกว่า ด้วยฟังก์ชันการทำงานขั้นสูงและความแม่นยำถึง 99% ทำให้แอปนี้เป็นเครื่องมือคู่ใจที่วางใจได้ มาสัมผัสประสบการณ์การทำงานที่เหนือระดับยิ่งกว่าความสามารถในการถอดความพื้นฐานของ iPhone ด้วย Transkriptor ทดลองใช้ฟรีได้แล้วตอนนี้!
